Spur - DEPAPEPE

 

คนเราเกิดมาเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์น้อยๆ แห่งหนึ่ง มีนามว่าโลก มาพร้อมภารกิจและหน้าที่ติดตัวตั้งแต่กำเนิด คือการสืบสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตของตนเอง อันเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็ปฏิเสธไม่ได้ แม้ว่าเขาคนนั้นจะเป็นคน หรือเป็นมนุษย์ก็ตาม

ยามเราจะเกิดก็ต้องมีผู้เป็นบิดามารดา ผู้ซึ่งเป็นมนุษย์มาก่อนเรา ให้กำเนิดเรามาด้วยความรักของคนทั้งสอง กลั่นกรองออกมาเป็นตัวเป็นตัว เป็น 'ตัวเรา' ที่ลืมตาดูโลกใบนี้นั่นเอง

แน่นอน เมื่อเราเติบโตขึ้น ก็จะรับรู้ความรู้สึกต่างๆ อันมีความลึกซึ้งในตัวมากยิ่งขึ้น หนึ่งเกิดจากวิวัฒนาการของร่างกาย สองเกิดจากพัฒนาการของสมอง สามเกิดจากแรงกระตุ้นของสิ่งเร้าแวดล้อมรอบกาย คนต้องเจริญวิวัฒนาการไปจนกว่าจะถึงอายุขัยของตนเอง แล้วระหว่างนั้นเราทำอะไรอยู่

เมื่อความรู้สึกที่เรียกว่า 'ความรัก' บังเกิดขึ้นจากก้นบึ้งจิตใจใต้สำนึก อันเป็นสัญญาณว่าเราได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นมนุษย์เต็มตัวแล้ว และเรากำลังมีความรู้สึกที่ว่านี้ให้ใครบางคนอันอยู่ใกล้ตัว

----------------------------------------------

คำถามที่ผมคิดขึ้นในใจคือ 'ทุกวันนี้เรารักใครบางคน มากเกินไปกว่าบุพการีของเราหรือเปล่า'.....

ตามความคิดของผม ความรักนั้นเรามีติดตัวมาตั้งแต่เกิดแล้ว แค่ลืมตาดูโลกได้ ก็ถือว่าเราได้มีึความรักให้กับผู้ที่ได้มอบชีวิตให้กับเราแล้ว

แต่มันไม่พอหรืออย่างไร เราถึงได้ลืมเลือนผู้ที่เคยได้ให้อะไรกับเราไว้่ตั้งมากมาย แล้วตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิตเพียงเพื่อจะแต่งงานกับใครบางคนแล้วมีความสุขไปทั้งๆ อย่างนั้นหรือ

ตัวอย่างในสังคมก็มีให้เห็นตั้งมากมาย ผมไม่ขอยกตัวอย่าง เพียงแค่หยิบ นสพ. มาอ่าน หรือเปิดโทรทัศน์ดูข่าวรายวันก็พบข่าว 'คุณยายอายุ....ถูกทิ้งให้อยู่ ตจว. ลูกๆหายเรียบ' ได้ง่ายๆ แล้ว

พึงระลึกไว้ในตัวเองจะดีซะกว่า กระทำตนเป็นลูกที่ึมีความ กตัญญู ซะบ้าง ถึงเราจะให้คุณท่านได้มากไม่เท่าที่พวกท่านได้ให้เราไว้ แต่ท่านก็ไม่ได้ต้องการให้เราตอบแทนท่านไปเสียหมด ท่านมีความสุขที่เป็นแบบนี้

แต่ท่านจะทุกข์ระทม หากเราทิ้งท่านไปตามชะตากรรม ไม่ได้มาดูแลท่านเฉกเช่นตอนที่ท่านดูแลพวกเรา

----------------------------------------------

ตัวผมเองตอนนี้ก็โตพอที่จะมีความรักจากใจให้ใครเขาบ้างอยู่แล้ว และผมก็รักคนคนนั้นมากซะด้วย

แต่ผมก็ยังไม่ลืม ที่จะหันกลับไปมองความรัก 'ในอดีต' ที่เคยได้มอบและได้รับจากคนสองคนที่เรียกว่า 'พ่อ' และ 'แม่'

ผมก็ได้แต่เตือนผู้คนในสังคมไว้่เสมอ ว่าจงอย่าลืมความรักที่พวกท่านเคยมอบให้แก่เรา

'ยามเราตกยากลำบาก ท่านจะมาช่วยเราอย่างแ่น่นอน แม้ว่าร่างกายท่านจะสูญสลายไป แต่ท่านจะเป็นองค์เทวดาในใจพวกเรา ให้ความช่วยเหลือ ให้ "ความรัก" กับเราเสมอ'

.

.

.

ผมรักคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ของผมอยู่คนหนึ่ง

แต่ผมก็รักคุณพ่อคุณแม่ของผมเหมือนกัน

เป็นความรักในแบบที่เป็น 'พ่อกับแม่และลูก'

ถึงบางครั้งผมจะแข็งกระด้าง จะรู้สึกไม่ดีกับท่านไปบ้าง

แต่ผมก็รักพวกท่านเสมอ......

กราบสวัสดีครับ

KLM.

 

edit @ 14 Feb 2009 22:47:16 by NdC.-

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อะ..น้ำตานองเลยครับอ่านไปฟังเพลงไป เข้าจังหวะมาก
ฮ่าๆ อย่างที่คุณเขียนมาละครับถูกต้อง แต่ความรักเพียงคำพูดอย่างเดียวไม่พอสุดท้ายอยู่ที่การกระทำของแต่ละคน ละครับว่าจะทำเพื่อคนๆนั้นของเรามากแค่ไหน


ทุกวันนี้ก็ทำงานหาเงินเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องและแฟน เหมือนกันครับbig smile จากนักเขียนจนจน

#1 By Peterpan on 2008-12-20 02:39

คนๆนั้นน่ะ ขอเพียงแค่ได้รับความรักจากเธอแค่ส่วนหนึ่ง
ของหัวใจ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ส่วนที่เลยโปรดมอบให้คนอันเป็นที่รัก ที่สุดเถอะนะ สุขสันต์วันคริสต์มาสจ๊ะ
MLK.big smile

#2 By Kuro_Neko (124.121.144.111) on 2008-12-27 00:22