สมดุลย์ ความรัก และผู้มีพระคุณ
posted on 18 Dec 2008 11:37 by noonez in Articles
Spur - DEPAPEPE
คนเราเกิดมาเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์น้อยๆ แห่งหนึ่ง มีนามว่าโลก มาพร้อมภารกิจและหน้าที่ติดตัวตั้งแต่กำเนิด คือการสืบสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตของตนเอง อันเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็ปฏิเสธไม่ได้ แม้ว่าเขาคนนั้นจะเป็นคน หรือเป็นมนุษย์ก็ตาม
ยามเราจะเกิดก็ต้องมีผู้เป็นบิดามารดา ผู้ซึ่งเป็นมนุษย์มาก่อนเรา ให้กำเนิดเรามาด้วยความรักของคนทั้งสอง กลั่นกรองออกมาเป็นตัวเป็นตัว เป็น 'ตัวเรา' ที่ลืมตาดูโลกใบนี้นั่นเอง
แน่นอน เมื่อเราเติบโตขึ้น ก็จะรับรู้ความรู้สึกต่างๆ อันมีความลึกซึ้งในตัวมากยิ่งขึ้น หนึ่งเกิดจากวิวัฒนาการของร่างกาย สองเกิดจากพัฒนาการของสมอง สามเกิดจากแรงกระตุ้นของสิ่งเร้าแวดล้อมรอบกาย คนต้องเจริญวิวัฒนาการไปจนกว่าจะถึงอายุขัยของตนเอง แล้วระหว่างนั้นเราทำอะไรอยู่
เมื่อความรู้สึกที่เรียกว่า 'ความรัก' บังเกิดขึ้นจากก้นบึ้งจิตใจใต้สำนึก อันเป็นสัญญาณว่าเราได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นมนุษย์เต็มตัวแล้ว และเรากำลังมีความรู้สึกที่ว่านี้ให้ใครบางคนอันอยู่ใกล้ตัว
----------------------------------------------
คำถามที่ผมคิดขึ้นในใจคือ 'ทุกวันนี้เรารักใครบางคน มากเกินไปกว่าบุพการีของเราหรือเปล่า'.....
ตามความคิดของผม ความรักนั้นเรามีติดตัวมาตั้งแต่เกิดแล้ว แค่ลืมตาดูโลกได้ ก็ถือว่าเราได้มีึความรักให้กับผู้ที่ได้มอบชีวิตให้กับเราแล้ว
แต่มันไม่พอหรืออย่างไร เราถึงได้ลืมเลือนผู้ที่เคยได้ให้อะไรกับเราไว้่ตั้งมากมาย แล้วตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิตเพียงเพื่อจะแต่งงานกับใครบางคนแล้วมีความสุขไปทั้งๆ อย่างนั้นหรือ
ตัวอย่างในสังคมก็มีให้เห็นตั้งมากมาย ผมไม่ขอยกตัวอย่าง เพียงแค่หยิบ นสพ. มาอ่าน หรือเปิดโทรทัศน์ดูข่าวรายวันก็พบข่าว 'คุณยายอายุ....ถูกทิ้งให้อยู่ ตจว. ลูกๆหายเรียบ' ได้ง่ายๆ แล้ว
พึงระลึกไว้ในตัวเองจะดีซะกว่า กระทำตนเป็นลูกที่ึมีความ กตัญญู ซะบ้าง ถึงเราจะให้คุณท่านได้มากไม่เท่าที่พวกท่านได้ให้เราไว้ แต่ท่านก็ไม่ได้ต้องการให้เราตอบแทนท่านไปเสียหมด ท่านมีความสุขที่เป็นแบบนี้
แต่ท่านจะทุกข์ระทม หากเราทิ้งท่านไปตามชะตากรรม ไม่ได้มาดูแลท่านเฉกเช่นตอนที่ท่านดูแลพวกเรา
----------------------------------------------
ตัวผมเองตอนนี้ก็โตพอที่จะมีความรักจากใจให้ใครเขาบ้างอยู่แล้ว และผมก็รักคนคนนั้นมากซะด้วย
แต่ผมก็ยังไม่ลืม ที่จะหันกลับไปมองความรัก 'ในอดีต' ที่เคยได้มอบและได้รับจากคนสองคนที่เรียกว่า 'พ่อ' และ 'แม่'
ผมก็ได้แต่เตือนผู้คนในสังคมไว้่เสมอ ว่าจงอย่าลืมความรักที่พวกท่านเคยมอบให้แก่เรา
'ยามเราตกยากลำบาก ท่านจะมาช่วยเราอย่างแ่น่นอน แม้ว่าร่างกายท่านจะสูญสลายไป แต่ท่านจะเป็นองค์เทวดาในใจพวกเรา ให้ความช่วยเหลือ ให้ "ความรัก" กับเราเสมอ'
.
.
.
ผมรักคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ของผมอยู่คนหนึ่ง
แต่ผมก็รักคุณพ่อคุณแม่ของผมเหมือนกัน
เป็นความรักในแบบที่เป็น 'พ่อกับแม่และลูก'
ถึงบางครั้งผมจะแข็งกระด้าง จะรู้สึกไม่ดีกับท่านไปบ้าง
แต่ผมก็รักพวกท่านเสมอ......
กราบสวัสดีครับ
KLM.
edit @ 14 Feb 2009 22:47:16 by NdC.-

ฮ่าๆ อย่างที่คุณเขียนมาละครับถูกต้อง แต่ความรักเพียงคำพูดอย่างเดียวไม่พอสุดท้ายอยู่ที่การกระทำของแต่ละคน ละครับว่าจะทำเพื่อคนๆนั้นของเรามากแค่ไหน
ทุกวันนี้ก็ทำงานหาเงินเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องและแฟน เหมือนกันครับ
#1 By Peterpan on 2008-12-20 02:39